ธนาพัฒน์ฯ บอกทุนนอกรุมเกี้ยวพานร่วมมือลงทุนอสังหาฯ

อสังหาฯ

ธนาพัฒน์ฯ บอกทุนนอกรุมเกี้ยวพานร่วมมือลงทุนอสังหาฯ

ธนาพัฒน์ฯ เผยทุนนอกจีบร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ คาดพูดจาจบเร็วๆ นี้ ชี้เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน ตั้งเป้าพัฒนาโครงการค่า 3-5 พันล้านบาท ชี้อสังหาฯ ครึ่งปีหลังยังไม่กระเตื้อง เหตุเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าหนี้ครัวเรือนสูง เตรียมเปิดตัว 2-3 แผนใหม่ มูลค่ากว่า 2 พันล้านปีหน้า

น.ส.ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกระแสการร่วมทุน ซื้อกิจการทั้งจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ พร้อมทั้งกลุ่มนักลงทุนชาวไทยในช่วงที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่ธนาพัฒน์เองที่กลุ่มทุนต่างชาติเจรจาด้วยว่าขอร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

แม้ว่าการร่วมทุนจะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการลงทุน เพิ่มพูนขีดความสามารถในการแข่งขันนำไปสู่การเติบโตได้รวดเร็วขึ้น แต่บริษัทยังคงมีนโยบายดำเนินธุรกิจแบบระมัดระวัง สร้างการเติบโตแบบมั่นคง พร้อมทั้งยั่งยืน โดยตั้งเป้าภายใน 3-5 ปี จะสามารถพัฒนาโครงการมูลค่าไม่น้อยกว่า 3,000-5,000 ล้านบาทต่อปี

น.ส.ทรรศวรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ในครึ่งปีหลังแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นมากนัก เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังช้า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนสูง อัตราการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังค่อนข้างต่ำ และราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นตามกลไกราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงอย่างรวดเร็ว เป็นพิเศษที่ดินแนวรถไฟฟ้า ส่งผลให้ต้นทุนราคาที่ดินที่สูง ทำให้กำลังซื้อวิ่งตามไม่ทันต่อราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก จึงทำให้ผู้ประกอบการอย่างจำเป็นระมัดระวังในเรื่องเพื่อการลงทุน

“ที่ผ่านมา มีบางโครงการที่เปิดตัว และสามารถปิดยอดขายได้ภายในระยะห่างเวลาอันรวดเร็วนั้น คงต้องไปลุ้นกันอีกครั้งตอนโอนกรรมสิทธิ์ว่าจะหมายถึงเรียล ดีมานด์ที่แท้จริงหรือไม่ หรือเป็นนักลงทุน แต่ถ้ามีรูปทรงของการเก็งกำไรมากก็น่าเป็นห่วง เชื่อว่าสมัยปัจจุบันความต้องการในเรื่องที่อยู่อาศัยยังมีอยู่มาก เด้งกลับจากตัวเลขยอดการเยี่ยมชมเกี่ยวกับโครงการที่สูง แต่การตัดสินใจนานขึ้น เลือกมากขึ้น บริษัทจึงได้นำแคมเปญ 3 ถูกมาใช้ คือ “ถูกทำเล ถูกใจ และถูกราคา”

น.ส.ทรรศวรรณ กล่าวต่อว่า เพราะผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายแล้ว 300 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปีจะมียอดขายราว 800-900 ล้านบาท ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีหลังนี้ ถึงต้นปี 2559 คาดว่าจะมีการเปิดตัวใหม่ประมาณ 2-3 โครงการ รวมค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะนี้มีที่ดินที่ซื้อใหม่แล้ว 1 แปลง พร้อมด้วยที่ดินสะสมย่านพระราม 2 อีก 2-3 แปลง ซึ่งรูปแบบการพัฒนาจักเป็นโครงการรูปแบบใหม่ที่บริษัทยังไม่เคยเพิ่มพูนมาก่อน เน้นเจาะลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมือง โดยเน้นพัฒนาโครงการที่ไม่ใหญ่มาก จำนวนรวม 50-60 ยูนิต ใช้ระยะเวลาในการขายเพียงครึ่งปี

ทั้งนี้ เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทต่างๆ มีการจัดแคมเปญเหตุด้วยกระตุ้นยอดขาย ตามที่สภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งในส่วนของบริษัทได้จัดแคมเปญครบรอบ 12 ปี เพื่อที่จะคืนกำไรให้ลูกค้า โดยนำ 2 โครงการ คือ “ซิม วิภา-ลาดพร้าว” คือคอนโดมิเนียมเหลือขายอยู่ 10 ยูนิต เนื้อที่ 60 ตร.ม.ขึ้นไป ราคาเริ่มต้น 5.9 ล้าน รวมมูลค่าประมาณ 120 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 1,900 ล้านบาท

พร้อมด้วย “เจด สาทร-พระราม3” แบ่งการขายหมายถึง 2 เฟส หมายถึงทาวน์โฮม สูง 4 ชั้นครึ่ง ขนาด 20.5 ตร.ว.ขึ้นไป ราคาเริ่มต้นที่ 12.8-30 ล้านบาท จำนวน 72 ยูนิต ปัจจุบันนี้มียอดขายแล้วกว่า 60% และ “เจด ไฮท์” เป็นลักชัวรี่โฮมออฟฟิศ สูง 4 ชั้นครึ่ง ขนาด 45 ตร.ว. ราคา 28 ล้านบาท เหลือขาย 4 ยูนิต มาจัดแคมเปญด้วยว่าผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.นี้ไปจนถึงสิ้นปี จะมีอำนาจอันชอบธรรมลุ้นจับสลากรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นซี 200 มูลค่า 2.59 ล้านบาท รวมไปถึงการร่วมออกบูทในงาน “บ้านดีสี่มุมเมือง” คั่นกลางวันที่ 30 ก.ค.-4 ส.ค.นี้ ที่เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว คาดว่าจะทำเป็นปิดการขายทั้ง 2 แผนสิ้นปีนี้

เศรษฐกิจรั้งรอ หนี้ครัวเรือนพุ่งฉุดคอนโดฯ ครึ่งปีหลังทรงตัว แสนสิริขึ้นเงินดาวน์ 15-20% ตัดทอนความเสี่ยง

คอนโดฯ
คอนโดฯ

คอนโดฯ

“แสนสิริ” คาดหวังตลาดคอนโดฯ ครึ่งปีหลังทรงตัว ชี้เศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสาเหตุหลัก คอนโดฯ ราคา 2 ล้านบาทชะลอมากสุด เผยปรับเพิ่มเงินดาวน์ 15-20% ลดความเสี่ยง ครึ่งปีหลังลุยเปิดคอนโดฯ ร่วมทุนบีทีเอส อยากได้ดันยอดขายตามเป้า 2.2 หมื่นล้าน

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจกับพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะทรงตัวต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ดังที่ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว พร้อมด้วยภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง กับยังไม่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับปัญหาภัยแล้ง มูลค่าสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลต่อรายได้ผู้บริโภคทำให้กำลังซื้อลดลง

ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายภูมิภาคจะพบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มตลาดกลาง-บน ระดับราคาประมาณ 4 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป หรือราคาตั้งแต่ 100,000 บาทต่อตารางเมตร แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดดังกล่าวมีกลุ่มเก็งกำไรและกลุ่มนักลงทุนบ้าง แต่ไม่น่ากังวลเพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง น่าจะไม่มีการทิ้งเงินดาวน์ ส่วนกลุ่มตลาดล่างราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ดีมานด์มีการชะลอตัวมากสุด เนื่องแต่เป็นกลุ่มที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง

ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดฯ ในต่างจังหวัดยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง เนื่องจากมีซัปพลายคอนโดมิเนียมสะสมมาก แต่พบว่า บางจังหวัดเริ่มมีสัญญาที่ดีขึ้นเช่น ภูเก็ต หัวหิน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทมีสต๊อกคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ในต่างจังหวัด 8 โครงการ และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 โครงการ จะแล้วเสร็จในปีนี้ พร้อมกับปีหน้า คิดเป็นมูลค่าประมาณการ 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นประเภทราคา 2 ล้านบาท ซึ่งสต๊อกดังกล่าวถือว่าไม่มากนัก และมีสต๊อกที่อยู่ในกรุงเทพฯ อีกกว่า 1,000 ล้านบาท

“บริษัทได้ปรับตัวตั้งแต่เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจไม่ดีตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ด้วยการปรับอัตราการเก็บเงินดาวน์เพิ่มขึ้นจากเดิมราว 10% เป็น 15-20% พร้อมทั้งได้ขยายฐานลูกค้าไปจับกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีรูปทรงลูกค้าต่างชาติ 20-25% เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว” นายอุทัย กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องเนื่องด้วยสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย โดยล่าสุด ได้นำที่ดินของบริษัทซึ่งเดิมจะสร้างคอนโดมิเนียมก่อนขาย มาเปิดโครงการ เดอะไลน์ สุขุมวิท 71 พัฒนาภายใต้บริษัท บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง ทรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กับแสนสิริ มูลค่า 2,000 ล้านบาท พื้นที่ 1.3 ไร่ สูง 28 ชั้น จำนวน 291 ยูนิต ที่ทางใช้สอย 29-62 ตร.ม. ราคาค่างวดเริ่มต้นประมาณ 4-10 ล้านบาท หรือ 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม.

โดยจะเปิดขายลูกค้าต่างประเทศก่อนในวันที่ 1-2 ส.ค.นี้ ในเวลาเดียวกันในฮ่องกง สิงคโปร์ และขยายตลาดใหม่ คือ ไต้หวัน ตั้งเป้าหมายลูกค้าต่างชาติ 40% ส่วนในไทยจะเปิดขายวันที่ 8-9 ส.ค.นี้ โดยจัดโปรโมชัน Ready to move in เกี่ยวกับลูกค้าที่จับจ่ายจะได้รับการันตีผลตอบแทนค่าเช่า 5-6% ต่อปี

ทั้งนี้ ทำเลพระโขนง นับคืออีกทำเลกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจที่รองรับการขยายตัวพื้นที่ชั้นในย่านท่องหล่อ-เอกมัย ที่หมายถึงศูนย์รวมธุรกิจการค้า พร้อมด้วยความบันเทิง ที่ปัจจุบันมูลค่าที่ดินได้มีการปรับขึ้นไปสูงมาก หากเป็นที่ดินติดริมถนนราคาขึ้นไป 1 ล้านบาทต่อ ตร.ม.แล้ว จึงทำให้พระโขนง หมายความว่าทำเลใหม่ที่มีดีมานด์สูงขึ้นเรื่อยๆ ตีกลับจากราคาค่าเช่าที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 13% ในระยะห่างเวลา 2 ปี มาอยู่ที่ 492 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน หรือไม่ประมาณ 1.7-2.1 หมื่นบาทต่อเดือน

เพราะด้วยยอดขายคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีแรกทำแล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายทั้งปี 22,000 ล้านบาท พร้อมทั้งยุคปัจจุบันมีสินค้ารอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) กว่า 31,000 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ 15,000 ล้านบาท ที่หลงเหลือทยอยรับรู้ในอีก 1-2 ปี

เอสบีทุ่มงบขยายตลาดเฟอร์นิเจอร์ ผุดสาขาราชพฤกษ์เจาะลูกค้าฝั่งธนฯ

เอสบีบุกหนักตลาดเฟอร์นิเจอร์

เอสบีบุกหนักตลาดเฟอร์นิเจอร์

นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหารฝ่ายงานการตลาด กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ บอกกล่าวว่า  เอสบีทุ่มงบขยายตลาดเฟอร์นิเจอร์  ในส่วนของ เอสบี เฟอร์นิเจอร์ หลังจากที่เราได้มีการเปลี่ยนภาพลักษณ์เพื่อ เอสบี ดีไซน์ สแควร์ โดยตอกย้ำจุดแข็งในเรื่องของ Premium Lifestyle Brand กับอินทีเรียดีไซน์ ซึ่งพบว่า 90% ของลูกค้าให้ความพึงพอใจพร้อมด้วยกลับมาซื้อสินค้าของเราซ้ำ แสดงให้เห็นว่า เอสบี มี Brand Loyalty สูง พร้อมทั้งด้วยตอบรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น บริษัทได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 1,250 ล้านบาท เปิดตัว เอสบี ดีไซน์สแควร์ สาขาเดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ บนพื้นที่กว่า 23,000 ตารางเมตร มีสินค้าสำหรับงานตกแต่งครบทุกหมวดมากกว่า 70 แบรนด์ชั้นนำ พร้อมด้วยเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของ เอสบี ดีไซน์สแควร์

ด้านกลยุทธ์การดำเนินงาน นั้นบริษัทฯ  เอสบีเตรียมทุ่มงบขยายตลาดเฟอร์นิเจอร์  อีกกว่า 50 ล้านบาทสำหรับดำเนินกิจกรรมทางการตลาด เนื่องด้วยสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์สาขาใหม่พร้อมกับจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งการจัดงานฉลองอย่างใหญ่ ในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2557 พร้อมด้วยจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มมากมายมาเอาใจกลุ่มลูกค้า เช่น ลุ้นแต่งบ้านฟรี! พร้อมกับ เอสบี ดีไซน์สแควร์ มูลค่า 200,000 บาท, ชุดห้องราคาพิเศษ 9,900 บาท, สินค้า New Arrival Sale 50%, สินค้าลดพิเศษสูงสุด 70%, ผ่อน 0% ทั้งร้าน, รับบัตรกำนัลเงินคืนสูงสุด 25%, ลุ้นช็อปฟรี 10,000 บาท ทุกสัปดาห์ กับอื่นๆ อีกมากมายโดยตั้งเป้ารายได้จากสาขาเดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ ไว้ที่ประมาณ 50 ล้านบาท/เดือน

เช่นนี้มั่นใจว่าจากสัญญาณบวกของตลาด พร้อมด้วยจากแผนการเปิดสาขาใหม่รวมไปถึงกิจกรรมทางการตลาด ในปีนี้ เอสบี เฟอร์นิเจอร์ หวังว่าจะมีรายได้ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท ประมาณอัตราเติบโตประมาณ 10% จากปีที่แล้ว เพราะว่าแบ่งรายได้จากค้าปลีก 80% โครงการ 10% พร้อมกับส่งออก 10% อย่างไรก็ดีในปี 2558 ทางบริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ทั้งขนาดใหญ่พร้อมกับเล็กโดยเตรียมงบลงทุนรวมประมาณ 300-400 ล้านบาท เช่น เซ็นทรัลเวสท์เก็ต ขนาดพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร งบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมด้วยเปิดในสาขาโฮมโปรอีก 5-6 สาขา งบลงทุนสาขาละ 10 ล้านบาท ฯลฯ

เอสบีทุ่มงบขยายตลาดเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ยังมองพื้นที่หัวเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ และพัทยา ซึ่งรูปแบบการพัฒนาน่าจะเป็นเอสบี ดีไซน์สแควร์ เนื่องจากมีที่ดินรอการพัฒนาอยู่แล้ว ทั้งนี้ยังมีแผนจะขยายดีลเลอร์ในต่างจังหวัดเพิ่มจากปัจจุบันมีดีลเลอร์คู่ค้าอยู่กว่า 200 รายทั่วประเทศ ส่วนการส่งออกปัจจุบันมีดีลเลอร์กว่า 40 ประเทศทั่วโลก แต่มีแผนที่จะขยายดีลเลอร์เพิ่มในพม่าและเวียดนาม ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2558 ไว้ที่ประมาณ 7,700-7,800 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นประมาณ 10% จากปี 2557

หมายปรับรีเจ้นท์เฮ้าส์ เป็นคอนโดให้เช่าตามแผน เหตุย่านราชดำริ ห้องชุดให้เช่าน้อย จับต่างชาติอยู่30ปี

รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด เหตุย่านราชดำริ

รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด เหตุย่านราชดำริ

เล็งปรับรีเจ้นท์เฮ้าส์ เป็นคอนโดให้เช่าตามแผน 3 ปี รับกระแสทำเลคอนโดราชดำริหายาก  รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด  เหตุย่านราชดำริ ห้องชุดให้เช่าน้อย จับต่างชาติอยู่30ปี

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานบริษัท อาคารพาณิชย์ ราชดำริ ผู้ดำเนินธุรกิจให้เช่าพื้นที่สำนักงาน อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการนำที่ดินอาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์เปลี่ยนไปทำคอนโดให้เช่า เนื่องมาจากมองว่า ตลาดให้เช่าพื้นที่สำนักงานอีก 3 ปี จะมีผู้ประกอบการใหม่เพิ่มมากจนการแข่งขันสูง โดยเบื้องต้นถ้าตัดสินใจทำจริงจะเริ่มใน 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ตลาดคอนโดให้เช่าในพื้นที่ราชดำริมีศักยภาพสูง เกี่ยวกับในย่านนี้หาทำเลที่ดีทำคอนโดได้ยากแล้ว ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน จึงเปลี่ยนไปทำคอนโดได้ โดยมองว่าต้องการทำเป็นคอนโดให้เช่า อาจเป็นระยะเวลา 30 ปี มากกว่าขายขาดด้วยเหตุที่ต้องการเก็บสิทธิที่ดินเอาไว้ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติที่ไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของสิทธิในที่ดินอยู่แล้ว

นางปิยะมาน กล่าวว่า จะใช้เงินลงทุน50 ล้านบาท รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด ปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางของอาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ในช่วงต้นปีหน้า กับคาดว่าจะดำเนินการเสร็จได้ใน 4 เดือนเพราะว่าจะเพิ่มพื้นที่สำหรับค้าปลีก พร้อมทั้งนำพื้นที่ด้านหน้าอาคารที่ยังเหลืออยู่มาทำร้านอาหารกินดื่ม ที่เน้นย้ำการออกแบบกลมกลืนกับธรรมชาติพร้อมกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับตอบสนองความต้องการของผู้เช่าพื้นที่ในการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม พร้อมกับเพิ่มรายได้จากร้านอาหารกินดื่ม ส่วนปัจจุบันมียอดใช้พื้นที่สำนักงานให้เช่า 95%

ก่อนหน้านี้ นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า  รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด ราคาขายคอนโดย่านกลางเมืองที่เป็นไพรม์แอเรีย อย่างกับ เพลินจิตชิดลม ราชดำริ มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจากข้อจำกัดด้านที่ดินที่มีน้อย ทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันซื้อที่ดิน คาดว่าโครงการเปิดใหม่มีโอกาสเปิดขายราคาสูงถึง 3-4 แสนบาท/ตร.ม.

อนันดาฯ โหมโปรฯ เตรียมงานใหญ่ ให้ส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท พร้อมกับด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

อนันดาฯ โหมโปรฯ

อนันดาฯ โหมโปรฯ

อนันดาฯ จัดงานใหญ่  IDEO FUTURE IS HERE  กระตุ้นการตัดสินใจซื้อลูกค้าก่อนสิ้นปี เล็งเปิดตัว “ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์” พร้อมทั้งขน 4 โครงการติดรถไฟฟ้า อัดโปรฯ สุดแรง มอบส่วนลด 1ล้านบาท รับทันที!! Iphone 6 และ Iphone 6 Plus พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษจำนวนมาก ในงาน  “IDEO FUTURE IS HERE”  ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว

นายพงศ์อนันต์ สุขเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบดีมานด์จริงของสินค้าที่อยู่อาศัยเพราะว่าคนเมืองยังมีอยู่มาก

เช่นนั้น บริษัทฯ จึงได้จัดงานใหญ่ พร้อมส่งโปรฯ สุดพิเศษ  IDEO FUTURE IS HERE  (ไอดีโอ ฟิวเจอร์ อีส เฮียร์) เปิดตัวโครงการใหม่บนทำเลแห่งอนาคต “ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์” คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุด เพียง 1 ก้าวจากรถไฟฟ้าสถานีบางซ่อน เหนือระดับด้วยส่วนกลางชั้นดาดฟ้า สัมผัสวิวสวยแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ครบถ้วนคัดสรรโครงการพร้อมอยู่และโครงการติดสถานีรถไฟฟ้าที่ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดในอนาคต มาอธิบายให้กับผู้ที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพเยี่ยมกับ 4 โครงการคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ ไอดีโอ (IDEO) อาทิ ไอดีโอ โมบิ จรัญ-อินเตอร์เชนจ์, ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท,ไอดีโอ โมบิ พระราม 9, พร้อมทั้งไอดีโอ คิว จุฬา-สามย่าน จัดโปรโมชันสุดพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

สำหรับโครงการที่นำมารวมแคมเปญ  IDEO FUTURE IS HERE  พร้อมทั้งจัดโปรโมชันพิเศษสุดในครั้งนี้ 5 โครงการ คือ โครงการ ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์ รับฟรีทันที !! Iphone 6 Plus พร้อม Hot Deal ส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท (เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้นที่ 2.59 ล้านบาท โครงการ ไอดีโอ โมบิ จรัญ-อินเตอร์เชนจ์กับข้อเสนอพิเศษสุด Hot Deal ลดสูงสุด 300,000 บาท ทองคำ 2 บาท พร้อมด้วย Iphone 6 (เงื่อนไขตามบริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท คอนโดมิเนียมครบครันอยู่ 2 โครงการ โครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท รับข้อเสนอสูงสุดกว่า 1 ล้านบาท พร้อมทั้ง รับ Iphone 6 ฟรี (เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้น 5.55 ล้านบาท พร้อมด้วยโครงการ ไอดีโอ โมบิ พระราม 9 รับข้อเสนอสูงสุด 1 ล้านบาท พร้อมกันส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท พร้อมทั้งรับเงินคืนอีก 200,000 บาท (เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้นที่ 5.7 ล้านบาท พร้อมทั้ง โครงการ ไอดีโอ คิว จุฬาฯ-สามย่าน กับห้องหลุดดาวน์ พร้อม Hot Deal ลดสูงสุด 200,000 บาท เพื่อราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท เตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษจาก 5 โครงการคุณภาพบนทำเลที่ดีที่สุด ในวันที่ 13-19 พ.ย. นี้ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว

“แคมเปญ  IDEO FUTURE IS HERE  ที่บริษัทฯ ได้ตั้งใจจัดขึ้นถือว่าเป็นการคืนกำไรพร้อมทั้งมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2557 ซึ่งมั่นใจว่าแคมเปญดังกล่าวจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน

ปี 58 ราคาบ้าน-คอนโดฯ PS จ่อเดินเครื่องผลิต รง.พรีคาสท์รองรับเป้าโต 25% ลงทุน 2,300 ล้านบาท

พฤกษาฯ ด้วยภารกิจการสร้างอัตราเติบโตปีละ25%  จ่อเดินเครื่องผลิต รง.พรีคาสท์  รองรับเป้า บริเวณนวนคร งบลงทุน 2,300 ล้านบาท พร้อมกับเมื่อรวม 5 โรงงานเดิม ส่งผลความสามารถผลิตบ้านได้สูงถึง 1,120 หลังต่อเดือน กำหนดปี 58 ลงทุนผุด 80 โครงการ จ่อขึ้นราคาขายบ้าน 2-3% คอนโดฯ 5% รับต้นทุนก่อสร้างที่ปรับขึ้นกว่า 5% ด้านแสนสิริ เดินหน้าตรวจคุณภาพงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม 5 โครงการรวด กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ฯ-ภูเก็ต จัดแจงมอบให้ให้ลูกค้าในปีหน้า

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ประมาณ PS กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ลงทุนสร้างโรงงานพรีคาสท์แห่งใหม่เพิ่มเป็น 2 โรงงาน บนพื้นที่ 130 ไร่ ใช้เงินลงทุนถึง 2,300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% ซึ่งทั้ง 2 โรงงานใหม่ มีกำลังการผลิตบ้านประมาณ 480 หลังต่อเดือน ล่าสุดใช้กำลังผลิต 60% สำหรับกำลังการผลิตทั้งหมด กับเมื่อรวมกับ 5 โรงงานเดิมที่ลำลูกกา ซึ่งมีกำลังการผลิต 640 หลังต่อเดือน ทำให้ความสามารถในการผลิตบ้านต่อเดือนสูงถึง 1,120 หลัง พร้อมด้วยสอดรับต่อแผนการเปิดโครงการใหม่ ดังนี้ การใช้เทคโนโลยีพรีคาสท์ ทำให้การส่งมอบบ้านลดลงจากเดิมราว 100 วัน ลงมาอยู่เฉลี่ยที่ 90 วัน ช่วยให้โครงการของบริษัทมีการส่งมอบบ้านได้เร็วขึ้น

“แบบอย่างที่พฤกษาดำเนินการเป็นไปให้รับต่อนโยบายเป้าหมายการเติบโตปีละ 25% รวมอยู่ด้วยเชื่อว่าผลการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมด้วยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นด้านคมนาคม ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

ในส่วนของทิศทางการลงทุนในปี 58 เป็นที่แน่ชัดจะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 80 โครงการ เพราะว่า 11 โครงการ ได้เลื่อนการเปิดจากปีนี้ไปเปิดต้นปี 58 นอกจากนี้ จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่ โดยใช้ชื่อแบรนด์ “พลัม” มูลค่ากว่า 4,000ล้านบาท เปิดในช่วงต้นปีหน้า เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น จำนวน 5 ตึก มีจำนวนยูนิตราว 3,000 ยูนิต บนพื้นที่ 17 ไร่ ติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่

นายทองมา กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนการก่อสร้าง พร้อมทั้งราคาที่ดินได้ปรับตัวต่อเนื่อง ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมามากกว่า 5% แล้ว ทำให้บริษัทต้องปรับราคาขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้นในปีหน้าอีก 2-3% และโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% จากปีนี้ เป็นพิเศษราคาที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม

ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารพร้อมกับกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษาฯ กล่าวถึง จ่อเดินเครื่องผลิต รง.พรีคาสท์  ยอดขายของบริษัท 11 เดือน คาดหมายว่าเกิน 35,000 ล้านบาท หลังสิ้นเดือน ต.ค ที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายได้ 35,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทคาดเดาว่ายอดขายทั้งปีจะใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 43,000 ล้านบาท

“ยอดขายในปีนี้ได้รับผลกระทบการเมืองช่วงต้นปี พร้อมด้วยเศรษฐกิจที่ไม่ดี อีกทั้งหนี้ครัวเรือนของคนในประเทศก็ยังอยู่ในระดับที่สูง ทำให้กำลังซื้อลดลง พร้อมด้วยปีนี้ภาพรวมอสังหาฯ ก็ติดลบ ทำให้เราก็ได้รับผลกระทบไปด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็ประมาณการว่ายอดขายทั้งปีอาจจะใกล้เคียงเป้าที่ตั้งไว้ และเราก็ยังมีโครงการที่จะเปิดในเดือนสุดท้ายของปีนี้อีก 6-7 โครงการ จากที่ไตรมาส 4 เปิดอีก 10 โครงการ มูลค่า 9,600 ล้านบาท” นายเลอศักดิ์ กล่าว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ กับพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ ได้ร่วมกับบริษัทรับเหมาพัฒนาโครงการ พร้อมกับที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ของแสนสิริ ทั้งในกรุงเทพฯ พร้อมกับต่างจังหวัด รวมประมาณ 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 8,300 ล้านบาท เป็นต้นว่า “นายน์ บาย แสนสิริ” คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ “ดีคอนโด โคโค่”จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงข้ามเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี รวมทั้งที่จังหวัดภูเก็ตอีก 3 โครงการ ยกตัวอย่างเช่น “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต” ,“เดอะ เดค” พร้อมด้วย “บ้านไม้ขาว” คอนโดฯ ติดชายหาดไม้ขาว เพราะว่าโครงการทั้งหมดนี้เตรียมพร้อมส่งมอบห้องพักให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยในปี58

“สำหรับความคืบหน้าการ ก่อสร้างคอนโดมิเนียมทั้ง 5 โครงการ ใกล้จะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะ นายน์ บาย แสนสิริ ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% พร้อมทั้งมียอดขายไปแล้ว 90% ดีคอนโด โคโค่ เสร็จไปแล้วกว่า 60% พร้อมด้วยมียอดขาย 60% เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต ก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 80% กับมียอดขายไปแล้ว 60% เดอะ เดค ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 60% พร้อมกับมียอดขายไปแล้ว 60% พร้อมด้วยบ้านไม้ขาว ก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% กับมียอดขายไปแล้ว 55%”

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์กิจการค้าเปิด รง.ผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ CPanel ขานรับความต้องการของตลาด

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์ธุรกิจผุด

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์ธุรกิจผุด

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์ธุรกิจเปิดโรงงานผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูป  ภายใต้  แบรนด์ CPanel  ระบบ Automate Design รายแรกในประเทศไทย เป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูประดับสูงจากเยอรมนี กำลังการผลิต 8.6 แสนตร.ม./ปี เกาะกลุ่มลูกค้าโครงการจัดสรร ตั้งเป้าปี 58 กวาดรายได้ 300-400 ล้านบาท

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (CPanel) ผู้ผลิตพร้อมด้วยจำหน่ายผนังคอนกรีตสำเร็จรูป เปิดเผยว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตโดยภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ในปัจจุบันปัญหาที่วงการก่อสร้างต้องเผชิญอยู่ คือ ปัญหาด้านการบริหารจัดการต้นทุน ทั้งในด้านการขาดแคลนแรงงาน เวลา รวมทั้งปัญหาการกำหนด spec วัสดุ ตลอดจนการจ้างผู้รับเหมา

จากปัญหาดังกล่าว ตนจึงได้ตั้งบริษัท ซีแพนเนลฯ ขึ้นมาเป็นการส่วนตัว โดยแยกจากบริษัท ผลิตภัณฑ์ คอนกรีต ชลบุรี จำกัด (มหาชน) เนื่องด้วยนำเทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูป (พรีแคส) ระดับสูงจากประเทศเยอรมนี ในการผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete Wall Panel)  ภายใต้  แบรนด์ CPanel  โดยเป็นผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงสุดในประเทศไทยในทุกวันนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสำหรับงานก่อสร้างทุกประเภท ทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์เพราะการอยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐาน ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป CPanel ขึ้น หมายถึงวัสดุที่เน้นหนักติดตั้งง่าย รวดเร็ว ประหยัดเวลา ลดความซับซ้อน พร้อมด้วยการพึ่งพาฝีมือแรงงาน

“โนว์ฮาวนี้นับเป็นระบบ Automate Design รายแรกในประเทศไทย สามารถผลิตได้หลังต่อหลัง รับลูกค้าได้ไม่มีข้อจำกัด เป็นทีมงานอาจารย์ด้านวิศวกรรมจาก 2 มหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศไทยที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ใช้ระยะเวลาในการออกแบบ 10-15 วัน จะได้ราคาในเบื้องต้นดำเนินการมาให้ลูกค้า พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 110 ตารางเมตรขึ้นไป เพราะว่าราคาโครงสร้างจะอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 บาท/ตารางเมตร (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้สอย) ซึ่งลูกค้าสามารถดัดแปลงรูปแบบได้ พร้อมด้วยราคาถือว่าไม่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น แต่สามารถผลิตได้เร็วกว่าระบบอื่นถึง 70%” นายชาคริต กล่าว

ผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป  ภายใต้  แบรนด์ CPanel  (Precast Concrete Wall Panel) มี 2 รูปแบบหลัก ประกอบด้วย ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป พร้อมกับแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นสำหรับระบบการผลิตแบบ Fully Automatic ของ Vollert Anlagenbau Gmbh ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมด้วยได้รับการยอมรับในระดับสากล มีการจำกัดการผลิตอย่างเอาจริงเอาจังจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของบริษัทมีคุณภาพสม่ำเสมอ ใช้ระยะเวลาการผลิตที่สั้น มีความคงทนแข็งแรง มีคุณสมบัติต้านทานการซึมน้ำ เนื่องแต่มีระบบ Wet Joint ป้องกันการรั่วซึมได้เป็นอย่างดี

THBA จัดงานใหญ่ ด้วยคอนเซปต์ “สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค”วัสดุก่อสร้างร่วมออกบููท-แบงก์หนุนปล่อยกู้

THBA โหมงานใหญ่ “มหกรรมรับสร้างบ้านฯ” วั

 THBA โหมงานใหญ่ “มหกรรมรับสร้างบ้านฯ” วั

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดปากช่วงท้ายปี 57 เศรษฐกิจฟื้น ตลาดเริ่มตื่นตัว ชิงจังหวะ จัดงานใหญ่ประจำปี มหกรรมสร้างบ้านและวัสดุก่อสร้าง 2558 ในคอนเซปต์  สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค  เร่งเร้าตลาดตั้งแต่ต้นปี 58 โชว์กิจกรรมเด่น เกมเศรษฐีขนาดใหญ่ ให้ผู้เข้าชมงานลุ้นรางวัล บ้านประหยัดพลังงานมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมกับกิจกรรมเวทีกลางมากมาย ขนทัพเจ้าแห่งศาสตร์ฮวงจุ้ย พร้อมทั้งตัวเลขชื่อดังมาร่วมให้ความรู้สร้างบ้านให้รวยกันอย่างพร้อมมูล วางเป้ามีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5 หมื่นคน โชว์การผนึกพลังในระหว่างผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน พร้อมทั้งวัสดุก่อสร้างในประเทศไทยที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกว่า 400 บูท

“งานมหกรรมฯ  สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค โอกาสนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ พร้อมกับรายเล็กหรือเอสเอ็มอีจะได้พบกับผู้บริโภค เพราะว่าอัปเดตนวัตกรรมกับวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ เทรนด์แบบบ้านในอนาคต เทคโนโลยีการสร้างบ้าน ให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างบ้านพร้อมกับวัสดุแก่ผู้บริโภคอย่างครบวงจรจากผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริง ยิ่งไปกว่านี้ ยังเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะได้พบปะกับคู่ค้า พันธมิตรธุรกิจ ด้วยเจรจาธุรกิจพร้อมกับสนับสนุนการค้าระหว่างกัน อันจะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งโดยธุรกิจพร้อมทั้งสามารถขยายตลาดไปพร้อมๆ กัน ก่อนประเทศไทยจะเปิดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

เพราะว่างานมหกรรมฯ  พร้อมทั้งวัสดุก่อสร้าง 2558 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดงานมหกรรมฯ ในรูปแบบที่สนุกสนาน เพราะว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้ทั้งสาระ ความรู้ พร้อมด้วยความบันเทิงแตกต่างจากงานต่างๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะว่าทางสมาคมฯ มุ่งมั่นมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน เพราะได้จัดแจงกิจกรรมไฮไลท์เด็ด ที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน นั่นคือ การแข่งขันเกมเศรษฐีขนาดใหญ่ยักษ์ ที่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนมีสิทธิ์ร่วมเล่นเกมชิงรางวัล บ้านประหยัดพลังงาน 1 หลัง มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

นอกจากนี้ ภายในงาน สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค ยังมีกิจกรรมบนเวทีมากมาย อาทิ งานเสวนาเรื่อง ฮวงจุ้ยบ้าน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยชื่อดัง และร่วมเสาวนาเรื่องเลขบ้านสร้างรวยจากผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ตัวเลขชื่อดังของเมืองไทย พื้นที่โชว์นวัตกรรมบ้านโครงสร้างเหล็ก ฯลฯ ด้วยผู้ที่มีปัญหาเรื่องบ้านสามารถขอเข้ารับคำปรึกษา หรือว่าขอความรู้ได้ฟรีจากสถาปนิกพร้อมกับวิศวกรมืออาชีพ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ในมุมคลินิกบ้าน พร้อมด้วยยังจัดมุมให้ความรู้เกี่ยวกับบ้านประหยัดพลังงาน ด้วยว่าช่วยให้ผู้บริโภคสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายตลอดทั้งการอยู่อาศัย ไปพร้อมกันกับรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงาน.

PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ขับเคลื่อน รง.พรีคาสท์ งบลงทุน 2,300 ล้านบาท

พฤกษาฯ พร้อมภารกิจการสร้างอัตราเติบโตปีละ25% เดินเครื่องผลิตโรงงานพรีคาสท์ 2 โรง แถวนวนคร งบลงทุน 2,300 ล้านบาท พร้อมกับเมื่อรวม 5 โรงงานเดิม ส่งผลความสามารถผลิตบ้านได้สูงถึง 1,120 หลังต่อเดือน  PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ  บ้าน 2-3% คอนโดฯ 5% รับต้นทุนก่อสร้างที่ปรับขึ้นกว่า 5% ด้านแสนสิริ เดินหน้าตรวจคุณภาพงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม 5 โครงการรวด กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ฯ-ภูเก็ต ตระเตรียมส่งให้ให้ลูกค้าในปีหน้า

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือไม่ PS กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ลงทุนสร้างโรงงานพรีคาสท์แห่งใหม่เพิ่มเป็น 2 โรงงาน บนพื้นที่ 130 ไร่ ใช้เงินลงทุนถึง 2,300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% ซึ่งทั้ง 2 โรงงานใหม่ มีกำลังการผลิตบ้านประมาณ 480 หลังต่อเดือน ปัจจุบันใช้กำลังผลิต 60% เป็นกำลังการผลิตทั้งหมด พร้อมทั้งเมื่อรวมกับ 5 โรงงานเดิมที่ลำลูกกา ซึ่งมีกำลังการผลิต 640 หลังต่อเดือน ทำให้ความสามารถในการผลิตบ้านต่อเดือนสูงถึง 1,120 หลัง พร้อมทั้งสอดรับต่อแผนการเปิดโครงการใหม่ ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีพรีคาสท์ ทำให้การส่งมอบบ้านลดลงจากเดิมราว 100 วัน ลงมาอยู่เฉลี่ยที่ 90 วัน ช่วยให้โครงการของบริษัทมีการส่งมอบบ้านได้เร็วขึ้น

“แบบอย่างที่  PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ดำเนินการเป็นไปให้รับต่อนโยบายเป้าหมายการเติบโตปีละ 25% ครอบคลุมถึงเชื่อว่าผลการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมด้วยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นด้านคมนาคม ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

ในส่วนของทิศทางการลงทุนในปี 58 เป็นที่แน่ชัดจะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 80 โครงการ เพราะ 11 โครงการ ได้เลื่อนการเปิดจากปีนี้ไปเปิดต้นปี 58 นอกจากนี้ จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่ โดยใช้ชื่อแบรนด์ “พลัม” มูลค่ากว่า 4,000ล้านบาท เปิดในช่วงต้นปีหน้า เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น จำนวน 5 ตึก มีจำนวนยูนิตราว 3,000 ยูนิต บนพื้นที่ 17 ไร่ ติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่

นายทองมา กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนการก่อสร้าง พร้อมกับราคาที่ดินได้ปรับตัวต่อเนื่อง PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมามากกว่า 5% แล้ว ทำให้บริษัทต้องปรับราคาขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้นในปีหน้าอีก 2-3% และโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% จากปีนี้ เป็นพิเศษราคาที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม

ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารพร้อมกับกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษาฯ กล่าวถึงยอดขายของบริษัท 11 เดือน หวังว่าเกิน 35,000 ล้านบาท หลังสิ้นเดือน ต.ค ที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายได้ 35,000 ล้านบาท เช่นนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายทั้งปีจะใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 43,000 ล้านบาท

“ยอดขายในปีนี้ได้รับผลกระทบการเมืองช่วงต้นปี และเศรษฐกิจที่ไม่ดี อีกทั้งหนี้ครัวเรือนของคนในประเทศก็ยังอยู่ในระดับที่สูง ทำให้กำลังซื้อลดลง พร้อมทั้งปีนี้ภาพรวมอสังหาฯ ก็ติดลบ ทำให้เราก็ได้รับผลกระทบไปด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็คาดเดาว่ายอดขายทั้งปีอาจจะใกล้เคียงเป้าที่ตั้งไว้ กับเราก็ยังมีโครงการที่จะเปิดในเดือนสุดท้ายของปีนี้อีก 6-7 โครงการ จากที่ไตรมาส 4 เปิดอีก 10 โครงการ มูลค่า 9,600 ล้านบาท” นายเลอศักดิ์ กล่าว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ พร้อมด้วยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ ได้ร่วมกับบริษัทรับเหมาพัฒนาโครงการ และที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ของแสนสิริ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมประมาณ 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 8,300 ล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น “นายน์ บาย แสนสิริ” คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ “ดีคอนโด โคโค่”จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงข้ามเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี รวมทั้งที่จังหวัดภูเก็ตอีก 3 โครงการ ยกตัวอย่างเช่น “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต” ,“เดอะ เดค” พร้อมด้วย “บ้านไม้ขาว” คอนโดฯ ติดชายหาดไม้ขาว เพราะว่าโครงการทั้งหมดนี้เตรียมพร้อมส่งมอบห้องพักให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยในปี58

“สำหรับ PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ความคืบหน้าการก่อสร้างคอนโดมิเนียมทั้ง 5 โครงการ ใกล้จะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะว่า นายน์ บาย แสนสิริ ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% พร้อมทั้งมียอดขายไปแล้ว 90% ดีคอนโด โคโค่ เสร็จไปแล้วกว่า 60% และมียอดขาย 60% เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต ก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 80% พร้อมด้วยมียอดขายไปแล้ว 60% เดอะ เดค ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 60% พร้อมทั้งมียอดขายไปแล้ว 60% พร้อมทั้งบ้านไม้ขาว ก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% พร้อมด้วยมียอดขายไปแล้ว 55%”

LPN เตรียมเปิด 2 โครงการคอนโดฯ บริเวณกรุงเทพฯโซนตะวันออก รับเรียลดีมานด์

LPN ผุด 2 คอนโดฯ ย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก

LPN ผุด 2 คอนโดฯ ย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก

LPN เปิดเผยเตรียมเปิด 2 โครงการต่อเนื่อง ลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2 พร้อมกับลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อที่จะรองรับความต้องการคนทำงานกรุงเทพโซนตะวันออก รวมหมดนิคมอุตสาหกรรม และสนามบินสุวรรณภูมิ ในราคาต่ำล้าน ดีเดย์ 14 ธ.ค.นี้

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557 นี้ บริษัทได้วางแผนเปิดตัว 2 โครงการใหม่พร้อมกันย่านอ่อนนุช-ลาดกระบัง กับร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ในราคาต่ำล้าน ซึ่งบริษัทมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนทำงานที่มีความต้องการที่พักอาศัย พร้อมทั้งต้องการ บ้านที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม (Affordable Price) เพื่อให้เป็นรากฐานของครอบครัว เพราะว่าลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความเชื่อมั่น กับไว้วางใจการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ “ลุมพินี” พร้อมด้วยการบริหารจัดการชุมชน ตามแนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” เพราะบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด

LPN เชื่อว่ากรุงเทพฯ โซนตะวันออกจะเพิ่มความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ในการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัย อันเนื่องจากการพัฒนาของระบบขนส่งมวลชน พร้อมกับการขยายตัวของแหล่งงานทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สถาบันการศึกษา โดยเห็นได้จากข้อมูลลูกค้าที่บริษัทเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ 3 โครงการ เช่น โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช 46 และโครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ เพราะโครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2 และโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ราคาเริ่มต้นที่ 888,000 บาท กับ 688,000 บาท (ตามลำดับ)”

LPN ผุด 2 คอนโดฯ ย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก รับเรียลดีมานด์ของคนทำงาน ดีเดย์ 14 ธ.ค.นี้

โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2

LPN โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2 เป็นโครงการสืบไปจากโครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวเป็นอาคารชุดพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร ประมาณ 1,033 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,080 ล้านบาท พร้อมด้วยโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ หมายถึงอาคารชุดพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 7 อาคาร ประมาณ 1,650 ยูนิต มูลค่า 1,500 ล้านบาท