หมายปรับรีเจ้นท์เฮ้าส์ เป็นคอนโดให้เช่าตามแผน เหตุย่านราชดำริ ห้องชุดให้เช่าน้อย จับต่างชาติอยู่30ปี

รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด เหตุย่านราชดำริ

รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด เหตุย่านราชดำริ

เล็งปรับรีเจ้นท์เฮ้าส์ เป็นคอนโดให้เช่าตามแผน 3 ปี รับกระแสทำเลคอนโดราชดำริหายาก  รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด  เหตุย่านราชดำริ ห้องชุดให้เช่าน้อย จับต่างชาติอยู่30ปี

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานบริษัท อาคารพาณิชย์ ราชดำริ ผู้ดำเนินธุรกิจให้เช่าพื้นที่สำนักงาน อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการนำที่ดินอาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์เปลี่ยนไปทำคอนโดให้เช่า เนื่องมาจากมองว่า ตลาดให้เช่าพื้นที่สำนักงานอีก 3 ปี จะมีผู้ประกอบการใหม่เพิ่มมากจนการแข่งขันสูง โดยเบื้องต้นถ้าตัดสินใจทำจริงจะเริ่มใน 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ตลาดคอนโดให้เช่าในพื้นที่ราชดำริมีศักยภาพสูง เกี่ยวกับในย่านนี้หาทำเลที่ดีทำคอนโดได้ยากแล้ว ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน จึงเปลี่ยนไปทำคอนโดได้ โดยมองว่าต้องการทำเป็นคอนโดให้เช่า อาจเป็นระยะเวลา 30 ปี มากกว่าขายขาดด้วยเหตุที่ต้องการเก็บสิทธิที่ดินเอาไว้ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติที่ไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของสิทธิในที่ดินอยู่แล้ว

นางปิยะมาน กล่าวว่า จะใช้เงินลงทุน50 ล้านบาท รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด ปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางของอาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ในช่วงต้นปีหน้า กับคาดว่าจะดำเนินการเสร็จได้ใน 4 เดือนเพราะว่าจะเพิ่มพื้นที่สำหรับค้าปลีก พร้อมทั้งนำพื้นที่ด้านหน้าอาคารที่ยังเหลืออยู่มาทำร้านอาหารกินดื่ม ที่เน้นย้ำการออกแบบกลมกลืนกับธรรมชาติพร้อมกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับตอบสนองความต้องการของผู้เช่าพื้นที่ในการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม พร้อมกับเพิ่มรายได้จากร้านอาหารกินดื่ม ส่วนปัจจุบันมียอดใช้พื้นที่สำนักงานให้เช่า 95%

ก่อนหน้านี้ นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า  รีเจ้นท์ฯปรับออฟฟิศทำคอนโด ราคาขายคอนโดย่านกลางเมืองที่เป็นไพรม์แอเรีย อย่างกับ เพลินจิตชิดลม ราชดำริ มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจากข้อจำกัดด้านที่ดินที่มีน้อย ทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันซื้อที่ดิน คาดว่าโครงการเปิดใหม่มีโอกาสเปิดขายราคาสูงถึง 3-4 แสนบาท/ตร.ม.

อนันดาฯ โหมโปรฯ เตรียมงานใหญ่ ให้ส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท พร้อมกับด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

อนันดาฯ โหมโปรฯ

อนันดาฯ โหมโปรฯ

อนันดาฯ จัดงานใหญ่  IDEO FUTURE IS HERE  กระตุ้นการตัดสินใจซื้อลูกค้าก่อนสิ้นปี เล็งเปิดตัว “ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์” พร้อมทั้งขน 4 โครงการติดรถไฟฟ้า อัดโปรฯ สุดแรง มอบส่วนลด 1ล้านบาท รับทันที!! Iphone 6 และ Iphone 6 Plus พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษจำนวนมาก ในงาน  “IDEO FUTURE IS HERE”  ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว

นายพงศ์อนันต์ สุขเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบดีมานด์จริงของสินค้าที่อยู่อาศัยเพราะว่าคนเมืองยังมีอยู่มาก

เช่นนั้น บริษัทฯ จึงได้จัดงานใหญ่ พร้อมส่งโปรฯ สุดพิเศษ  IDEO FUTURE IS HERE  (ไอดีโอ ฟิวเจอร์ อีส เฮียร์) เปิดตัวโครงการใหม่บนทำเลแห่งอนาคต “ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์” คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุด เพียง 1 ก้าวจากรถไฟฟ้าสถานีบางซ่อน เหนือระดับด้วยส่วนกลางชั้นดาดฟ้า สัมผัสวิวสวยแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ครบถ้วนคัดสรรโครงการพร้อมอยู่และโครงการติดสถานีรถไฟฟ้าที่ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดในอนาคต มาอธิบายให้กับผู้ที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพเยี่ยมกับ 4 โครงการคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ ไอดีโอ (IDEO) อาทิ ไอดีโอ โมบิ จรัญ-อินเตอร์เชนจ์, ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท,ไอดีโอ โมบิ พระราม 9, พร้อมทั้งไอดีโอ คิว จุฬา-สามย่าน จัดโปรโมชันสุดพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

สำหรับโครงการที่นำมารวมแคมเปญ  IDEO FUTURE IS HERE  พร้อมทั้งจัดโปรโมชันพิเศษสุดในครั้งนี้ 5 โครงการ คือ โครงการ ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์ รับฟรีทันที !! Iphone 6 Plus พร้อม Hot Deal ส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท (เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้นที่ 2.59 ล้านบาท โครงการ ไอดีโอ โมบิ จรัญ-อินเตอร์เชนจ์กับข้อเสนอพิเศษสุด Hot Deal ลดสูงสุด 300,000 บาท ทองคำ 2 บาท พร้อมด้วย Iphone 6 (เงื่อนไขตามบริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท คอนโดมิเนียมครบครันอยู่ 2 โครงการ โครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท รับข้อเสนอสูงสุดกว่า 1 ล้านบาท พร้อมทั้ง รับ Iphone 6 ฟรี (เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้น 5.55 ล้านบาท พร้อมด้วยโครงการ ไอดีโอ โมบิ พระราม 9 รับข้อเสนอสูงสุด 1 ล้านบาท พร้อมกันส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท พร้อมทั้งรับเงินคืนอีก 200,000 บาท (เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด) ราคาเริ่มต้นที่ 5.7 ล้านบาท พร้อมทั้ง โครงการ ไอดีโอ คิว จุฬาฯ-สามย่าน กับห้องหลุดดาวน์ พร้อม Hot Deal ลดสูงสุด 200,000 บาท เพื่อราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท เตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษจาก 5 โครงการคุณภาพบนทำเลที่ดีที่สุด ในวันที่ 13-19 พ.ย. นี้ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว

“แคมเปญ  IDEO FUTURE IS HERE  ที่บริษัทฯ ได้ตั้งใจจัดขึ้นถือว่าเป็นการคืนกำไรพร้อมทั้งมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2557 ซึ่งมั่นใจว่าแคมเปญดังกล่าวจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน

ปี 58 ราคาบ้าน-คอนโดฯ PS จ่อเดินเครื่องผลิต รง.พรีคาสท์รองรับเป้าโต 25% ลงทุน 2,300 ล้านบาท

พฤกษาฯ ด้วยภารกิจการสร้างอัตราเติบโตปีละ25%  จ่อเดินเครื่องผลิต รง.พรีคาสท์  รองรับเป้า บริเวณนวนคร งบลงทุน 2,300 ล้านบาท พร้อมกับเมื่อรวม 5 โรงงานเดิม ส่งผลความสามารถผลิตบ้านได้สูงถึง 1,120 หลังต่อเดือน กำหนดปี 58 ลงทุนผุด 80 โครงการ จ่อขึ้นราคาขายบ้าน 2-3% คอนโดฯ 5% รับต้นทุนก่อสร้างที่ปรับขึ้นกว่า 5% ด้านแสนสิริ เดินหน้าตรวจคุณภาพงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม 5 โครงการรวด กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ฯ-ภูเก็ต จัดแจงมอบให้ให้ลูกค้าในปีหน้า

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ประมาณ PS กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ลงทุนสร้างโรงงานพรีคาสท์แห่งใหม่เพิ่มเป็น 2 โรงงาน บนพื้นที่ 130 ไร่ ใช้เงินลงทุนถึง 2,300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% ซึ่งทั้ง 2 โรงงานใหม่ มีกำลังการผลิตบ้านประมาณ 480 หลังต่อเดือน ล่าสุดใช้กำลังผลิต 60% สำหรับกำลังการผลิตทั้งหมด กับเมื่อรวมกับ 5 โรงงานเดิมที่ลำลูกกา ซึ่งมีกำลังการผลิต 640 หลังต่อเดือน ทำให้ความสามารถในการผลิตบ้านต่อเดือนสูงถึง 1,120 หลัง พร้อมด้วยสอดรับต่อแผนการเปิดโครงการใหม่ ดังนี้ การใช้เทคโนโลยีพรีคาสท์ ทำให้การส่งมอบบ้านลดลงจากเดิมราว 100 วัน ลงมาอยู่เฉลี่ยที่ 90 วัน ช่วยให้โครงการของบริษัทมีการส่งมอบบ้านได้เร็วขึ้น

“แบบอย่างที่พฤกษาดำเนินการเป็นไปให้รับต่อนโยบายเป้าหมายการเติบโตปีละ 25% รวมอยู่ด้วยเชื่อว่าผลการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมด้วยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นด้านคมนาคม ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

ในส่วนของทิศทางการลงทุนในปี 58 เป็นที่แน่ชัดจะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 80 โครงการ เพราะว่า 11 โครงการ ได้เลื่อนการเปิดจากปีนี้ไปเปิดต้นปี 58 นอกจากนี้ จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่ โดยใช้ชื่อแบรนด์ “พลัม” มูลค่ากว่า 4,000ล้านบาท เปิดในช่วงต้นปีหน้า เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น จำนวน 5 ตึก มีจำนวนยูนิตราว 3,000 ยูนิต บนพื้นที่ 17 ไร่ ติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่

นายทองมา กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนการก่อสร้าง พร้อมทั้งราคาที่ดินได้ปรับตัวต่อเนื่อง ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมามากกว่า 5% แล้ว ทำให้บริษัทต้องปรับราคาขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้นในปีหน้าอีก 2-3% และโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% จากปีนี้ เป็นพิเศษราคาที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม

ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารพร้อมกับกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษาฯ กล่าวถึง จ่อเดินเครื่องผลิต รง.พรีคาสท์  ยอดขายของบริษัท 11 เดือน คาดหมายว่าเกิน 35,000 ล้านบาท หลังสิ้นเดือน ต.ค ที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายได้ 35,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทคาดเดาว่ายอดขายทั้งปีจะใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 43,000 ล้านบาท

“ยอดขายในปีนี้ได้รับผลกระทบการเมืองช่วงต้นปี พร้อมด้วยเศรษฐกิจที่ไม่ดี อีกทั้งหนี้ครัวเรือนของคนในประเทศก็ยังอยู่ในระดับที่สูง ทำให้กำลังซื้อลดลง พร้อมด้วยปีนี้ภาพรวมอสังหาฯ ก็ติดลบ ทำให้เราก็ได้รับผลกระทบไปด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็ประมาณการว่ายอดขายทั้งปีอาจจะใกล้เคียงเป้าที่ตั้งไว้ และเราก็ยังมีโครงการที่จะเปิดในเดือนสุดท้ายของปีนี้อีก 6-7 โครงการ จากที่ไตรมาส 4 เปิดอีก 10 โครงการ มูลค่า 9,600 ล้านบาท” นายเลอศักดิ์ กล่าว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ กับพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ ได้ร่วมกับบริษัทรับเหมาพัฒนาโครงการ พร้อมกับที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ของแสนสิริ ทั้งในกรุงเทพฯ พร้อมกับต่างจังหวัด รวมประมาณ 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 8,300 ล้านบาท เป็นต้นว่า “นายน์ บาย แสนสิริ” คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ “ดีคอนโด โคโค่”จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงข้ามเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี รวมทั้งที่จังหวัดภูเก็ตอีก 3 โครงการ ยกตัวอย่างเช่น “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต” ,“เดอะ เดค” พร้อมด้วย “บ้านไม้ขาว” คอนโดฯ ติดชายหาดไม้ขาว เพราะว่าโครงการทั้งหมดนี้เตรียมพร้อมส่งมอบห้องพักให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยในปี58

“สำหรับความคืบหน้าการ ก่อสร้างคอนโดมิเนียมทั้ง 5 โครงการ ใกล้จะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะ นายน์ บาย แสนสิริ ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% พร้อมทั้งมียอดขายไปแล้ว 90% ดีคอนโด โคโค่ เสร็จไปแล้วกว่า 60% พร้อมด้วยมียอดขาย 60% เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต ก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 80% กับมียอดขายไปแล้ว 60% เดอะ เดค ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 60% พร้อมกับมียอดขายไปแล้ว 60% พร้อมด้วยบ้านไม้ขาว ก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% กับมียอดขายไปแล้ว 55%”

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์กิจการค้าเปิด รง.ผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ CPanel ขานรับความต้องการของตลาด

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์ธุรกิจผุด

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์ธุรกิจผุด

ผู้บริหารคอนกรีตชลบุรีฯ แตกไลน์ธุรกิจเปิดโรงงานผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูป  ภายใต้  แบรนด์ CPanel  ระบบ Automate Design รายแรกในประเทศไทย เป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูประดับสูงจากเยอรมนี กำลังการผลิต 8.6 แสนตร.ม./ปี เกาะกลุ่มลูกค้าโครงการจัดสรร ตั้งเป้าปี 58 กวาดรายได้ 300-400 ล้านบาท

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (CPanel) ผู้ผลิตพร้อมด้วยจำหน่ายผนังคอนกรีตสำเร็จรูป เปิดเผยว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตโดยภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ในปัจจุบันปัญหาที่วงการก่อสร้างต้องเผชิญอยู่ คือ ปัญหาด้านการบริหารจัดการต้นทุน ทั้งในด้านการขาดแคลนแรงงาน เวลา รวมทั้งปัญหาการกำหนด spec วัสดุ ตลอดจนการจ้างผู้รับเหมา

จากปัญหาดังกล่าว ตนจึงได้ตั้งบริษัท ซีแพนเนลฯ ขึ้นมาเป็นการส่วนตัว โดยแยกจากบริษัท ผลิตภัณฑ์ คอนกรีต ชลบุรี จำกัด (มหาชน) เนื่องด้วยนำเทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูป (พรีแคส) ระดับสูงจากประเทศเยอรมนี ในการผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete Wall Panel)  ภายใต้  แบรนด์ CPanel  โดยเป็นผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงสุดในประเทศไทยในทุกวันนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสำหรับงานก่อสร้างทุกประเภท ทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์เพราะการอยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐาน ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป CPanel ขึ้น หมายถึงวัสดุที่เน้นหนักติดตั้งง่าย รวดเร็ว ประหยัดเวลา ลดความซับซ้อน พร้อมด้วยการพึ่งพาฝีมือแรงงาน

“โนว์ฮาวนี้นับเป็นระบบ Automate Design รายแรกในประเทศไทย สามารถผลิตได้หลังต่อหลัง รับลูกค้าได้ไม่มีข้อจำกัด เป็นทีมงานอาจารย์ด้านวิศวกรรมจาก 2 มหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศไทยที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ใช้ระยะเวลาในการออกแบบ 10-15 วัน จะได้ราคาในเบื้องต้นดำเนินการมาให้ลูกค้า พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 110 ตารางเมตรขึ้นไป เพราะว่าราคาโครงสร้างจะอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 บาท/ตารางเมตร (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้สอย) ซึ่งลูกค้าสามารถดัดแปลงรูปแบบได้ พร้อมด้วยราคาถือว่าไม่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น แต่สามารถผลิตได้เร็วกว่าระบบอื่นถึง 70%” นายชาคริต กล่าว

ผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป  ภายใต้  แบรนด์ CPanel  (Precast Concrete Wall Panel) มี 2 รูปแบบหลัก ประกอบด้วย ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป พร้อมกับแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นสำหรับระบบการผลิตแบบ Fully Automatic ของ Vollert Anlagenbau Gmbh ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมด้วยได้รับการยอมรับในระดับสากล มีการจำกัดการผลิตอย่างเอาจริงเอาจังจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของบริษัทมีคุณภาพสม่ำเสมอ ใช้ระยะเวลาการผลิตที่สั้น มีความคงทนแข็งแรง มีคุณสมบัติต้านทานการซึมน้ำ เนื่องแต่มีระบบ Wet Joint ป้องกันการรั่วซึมได้เป็นอย่างดี

THBA จัดงานใหญ่ ด้วยคอนเซปต์ “สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค”วัสดุก่อสร้างร่วมออกบููท-แบงก์หนุนปล่อยกู้

THBA โหมงานใหญ่ “มหกรรมรับสร้างบ้านฯ” วั

 THBA โหมงานใหญ่ “มหกรรมรับสร้างบ้านฯ” วั

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดปากช่วงท้ายปี 57 เศรษฐกิจฟื้น ตลาดเริ่มตื่นตัว ชิงจังหวะ จัดงานใหญ่ประจำปี มหกรรมสร้างบ้านและวัสดุก่อสร้าง 2558 ในคอนเซปต์  สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค  เร่งเร้าตลาดตั้งแต่ต้นปี 58 โชว์กิจกรรมเด่น เกมเศรษฐีขนาดใหญ่ ให้ผู้เข้าชมงานลุ้นรางวัล บ้านประหยัดพลังงานมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมกับกิจกรรมเวทีกลางมากมาย ขนทัพเจ้าแห่งศาสตร์ฮวงจุ้ย พร้อมทั้งตัวเลขชื่อดังมาร่วมให้ความรู้สร้างบ้านให้รวยกันอย่างพร้อมมูล วางเป้ามีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5 หมื่นคน โชว์การผนึกพลังในระหว่างผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน พร้อมทั้งวัสดุก่อสร้างในประเทศไทยที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกว่า 400 บูท

“งานมหกรรมฯ  สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค โอกาสนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ พร้อมกับรายเล็กหรือเอสเอ็มอีจะได้พบกับผู้บริโภค เพราะว่าอัปเดตนวัตกรรมกับวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ เทรนด์แบบบ้านในอนาคต เทคโนโลยีการสร้างบ้าน ให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างบ้านพร้อมกับวัสดุแก่ผู้บริโภคอย่างครบวงจรจากผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริง ยิ่งไปกว่านี้ ยังเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะได้พบปะกับคู่ค้า พันธมิตรธุรกิจ ด้วยเจรจาธุรกิจพร้อมกับสนับสนุนการค้าระหว่างกัน อันจะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งโดยธุรกิจพร้อมทั้งสามารถขยายตลาดไปพร้อมๆ กัน ก่อนประเทศไทยจะเปิดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

เพราะว่างานมหกรรมฯ  พร้อมทั้งวัสดุก่อสร้าง 2558 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดงานมหกรรมฯ ในรูปแบบที่สนุกสนาน เพราะว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้ทั้งสาระ ความรู้ พร้อมด้วยความบันเทิงแตกต่างจากงานต่างๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะว่าทางสมาคมฯ มุ่งมั่นมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน เพราะได้จัดแจงกิจกรรมไฮไลท์เด็ด ที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน นั่นคือ การแข่งขันเกมเศรษฐีขนาดใหญ่ยักษ์ ที่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนมีสิทธิ์ร่วมเล่นเกมชิงรางวัล บ้านประหยัดพลังงาน 1 หลัง มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

นอกจากนี้ ภายในงาน สร้างบ้าน สร้างแลนด์มาร์ค ยังมีกิจกรรมบนเวทีมากมาย อาทิ งานเสวนาเรื่อง ฮวงจุ้ยบ้าน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยชื่อดัง และร่วมเสาวนาเรื่องเลขบ้านสร้างรวยจากผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ตัวเลขชื่อดังของเมืองไทย พื้นที่โชว์นวัตกรรมบ้านโครงสร้างเหล็ก ฯลฯ ด้วยผู้ที่มีปัญหาเรื่องบ้านสามารถขอเข้ารับคำปรึกษา หรือว่าขอความรู้ได้ฟรีจากสถาปนิกพร้อมกับวิศวกรมืออาชีพ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ในมุมคลินิกบ้าน พร้อมด้วยยังจัดมุมให้ความรู้เกี่ยวกับบ้านประหยัดพลังงาน ด้วยว่าช่วยให้ผู้บริโภคสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายตลอดทั้งการอยู่อาศัย ไปพร้อมกันกับรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงาน.

PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ขับเคลื่อน รง.พรีคาสท์ งบลงทุน 2,300 ล้านบาท

พฤกษาฯ พร้อมภารกิจการสร้างอัตราเติบโตปีละ25% เดินเครื่องผลิตโรงงานพรีคาสท์ 2 โรง แถวนวนคร งบลงทุน 2,300 ล้านบาท พร้อมกับเมื่อรวม 5 โรงงานเดิม ส่งผลความสามารถผลิตบ้านได้สูงถึง 1,120 หลังต่อเดือน  PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ  บ้าน 2-3% คอนโดฯ 5% รับต้นทุนก่อสร้างที่ปรับขึ้นกว่า 5% ด้านแสนสิริ เดินหน้าตรวจคุณภาพงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม 5 โครงการรวด กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ฯ-ภูเก็ต ตระเตรียมส่งให้ให้ลูกค้าในปีหน้า

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือไม่ PS กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ลงทุนสร้างโรงงานพรีคาสท์แห่งใหม่เพิ่มเป็น 2 โรงงาน บนพื้นที่ 130 ไร่ ใช้เงินลงทุนถึง 2,300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% ซึ่งทั้ง 2 โรงงานใหม่ มีกำลังการผลิตบ้านประมาณ 480 หลังต่อเดือน ปัจจุบันใช้กำลังผลิต 60% เป็นกำลังการผลิตทั้งหมด พร้อมทั้งเมื่อรวมกับ 5 โรงงานเดิมที่ลำลูกกา ซึ่งมีกำลังการผลิต 640 หลังต่อเดือน ทำให้ความสามารถในการผลิตบ้านต่อเดือนสูงถึง 1,120 หลัง พร้อมทั้งสอดรับต่อแผนการเปิดโครงการใหม่ ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีพรีคาสท์ ทำให้การส่งมอบบ้านลดลงจากเดิมราว 100 วัน ลงมาอยู่เฉลี่ยที่ 90 วัน ช่วยให้โครงการของบริษัทมีการส่งมอบบ้านได้เร็วขึ้น

“แบบอย่างที่  PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ดำเนินการเป็นไปให้รับต่อนโยบายเป้าหมายการเติบโตปีละ 25% ครอบคลุมถึงเชื่อว่าผลการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมด้วยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นด้านคมนาคม ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

ในส่วนของทิศทางการลงทุนในปี 58 เป็นที่แน่ชัดจะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 80 โครงการ เพราะ 11 โครงการ ได้เลื่อนการเปิดจากปีนี้ไปเปิดต้นปี 58 นอกจากนี้ จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่ โดยใช้ชื่อแบรนด์ “พลัม” มูลค่ากว่า 4,000ล้านบาท เปิดในช่วงต้นปีหน้า เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น จำนวน 5 ตึก มีจำนวนยูนิตราว 3,000 ยูนิต บนพื้นที่ 17 ไร่ ติดกับเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่

นายทองมา กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนการก่อสร้าง พร้อมกับราคาที่ดินได้ปรับตัวต่อเนื่อง PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมามากกว่า 5% แล้ว ทำให้บริษัทต้องปรับราคาขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้นในปีหน้าอีก 2-3% และโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% จากปีนี้ เป็นพิเศษราคาที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม

ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารพร้อมกับกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษาฯ กล่าวถึงยอดขายของบริษัท 11 เดือน หวังว่าเกิน 35,000 ล้านบาท หลังสิ้นเดือน ต.ค ที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายได้ 35,000 ล้านบาท เช่นนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายทั้งปีจะใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 43,000 ล้านบาท

“ยอดขายในปีนี้ได้รับผลกระทบการเมืองช่วงต้นปี และเศรษฐกิจที่ไม่ดี อีกทั้งหนี้ครัวเรือนของคนในประเทศก็ยังอยู่ในระดับที่สูง ทำให้กำลังซื้อลดลง พร้อมทั้งปีนี้ภาพรวมอสังหาฯ ก็ติดลบ ทำให้เราก็ได้รับผลกระทบไปด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็คาดเดาว่ายอดขายทั้งปีอาจจะใกล้เคียงเป้าที่ตั้งไว้ กับเราก็ยังมีโครงการที่จะเปิดในเดือนสุดท้ายของปีนี้อีก 6-7 โครงการ จากที่ไตรมาส 4 เปิดอีก 10 โครงการ มูลค่า 9,600 ล้านบาท” นายเลอศักดิ์ กล่าว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ พร้อมด้วยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ ได้ร่วมกับบริษัทรับเหมาพัฒนาโครงการ และที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ของแสนสิริ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมประมาณ 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 8,300 ล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น “นายน์ บาย แสนสิริ” คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ “ดีคอนโด โคโค่”จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงข้ามเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี รวมทั้งที่จังหวัดภูเก็ตอีก 3 โครงการ ยกตัวอย่างเช่น “เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต” ,“เดอะ เดค” พร้อมด้วย “บ้านไม้ขาว” คอนโดฯ ติดชายหาดไม้ขาว เพราะว่าโครงการทั้งหมดนี้เตรียมพร้อมส่งมอบห้องพักให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยในปี58

“สำหรับ PS จ่อปี 58 ขึ้นราคาบ้าน-คอนโดฯ ความคืบหน้าการก่อสร้างคอนโดมิเนียมทั้ง 5 โครงการ ใกล้จะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะว่า นายน์ บาย แสนสิริ ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% พร้อมทั้งมียอดขายไปแล้ว 90% ดีคอนโด โคโค่ เสร็จไปแล้วกว่า 60% และมียอดขาย 60% เดอะ เบส ไฮท์-ภูเก็ต ก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 80% พร้อมด้วยมียอดขายไปแล้ว 60% เดอะ เดค ภาพรวมก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 60% พร้อมทั้งมียอดขายไปแล้ว 60% พร้อมทั้งบ้านไม้ขาว ก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 75% พร้อมด้วยมียอดขายไปแล้ว 55%”

LPN เตรียมเปิด 2 โครงการคอนโดฯ บริเวณกรุงเทพฯโซนตะวันออก รับเรียลดีมานด์

LPN ผุด 2 คอนโดฯ ย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก

LPN ผุด 2 คอนโดฯ ย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก

LPN เปิดเผยเตรียมเปิด 2 โครงการต่อเนื่อง ลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2 พร้อมกับลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อที่จะรองรับความต้องการคนทำงานกรุงเทพโซนตะวันออก รวมหมดนิคมอุตสาหกรรม และสนามบินสุวรรณภูมิ ในราคาต่ำล้าน ดีเดย์ 14 ธ.ค.นี้

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557 นี้ บริษัทได้วางแผนเปิดตัว 2 โครงการใหม่พร้อมกันย่านอ่อนนุช-ลาดกระบัง กับร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ในราคาต่ำล้าน ซึ่งบริษัทมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนทำงานที่มีความต้องการที่พักอาศัย พร้อมทั้งต้องการบ้านที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม (Affordable Price) เพื่อให้เป็นรากฐานของครอบครัว เพราะว่าลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความเชื่อมั่น กับไว้วางใจการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ “ลุมพินี” พร้อมด้วยการบริหารจัดการชุมชน ตามแนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” เพราะบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด

LPN เชื่อว่ากรุงเทพฯ โซนตะวันออกจะเพิ่มความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ในการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัย อันเนื่องจากการพัฒนาของระบบขนส่งมวลชน พร้อมกับการขยายตัวของแหล่งงานทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สถาบันการศึกษา โดยเห็นได้จากข้อมูลลูกค้าที่บริษัทเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ 3 โครงการ เช่น โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช 46 และโครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ เพราะโครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2 และโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ราคาเริ่มต้นที่ 888,000 บาท กับ 688,000 บาท (ตามลำดับ)”

LPN ผุด 2 คอนโดฯ ย่านกรุงเทพฯโซนตะวันออก รับเรียลดีมานด์ของคนทำงาน ดีเดย์ 14 ธ.ค.นี้

โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2

LPN โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง 2 เป็นโครงการสืบไปจากโครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวเป็นอาคารชุดพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร ประมาณ 1,033 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,080 ล้านบาท พร้อมด้วยโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ หมายถึงอาคารชุดพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 7 อาคาร ประมาณ 1,650 ยูนิต มูลค่า 1,500 ล้านบาท

SC ฟุ้งยอดสุทธิเยี่ยมชมโครงการเฉลี่ยมากขึ้นกว่า 25% พร้อมด้วยเดินหน้าเนรมิตออฟฟิศใหม่

scฟุ้ง

scฟุ้ง

เอสซีฯ  9 เดือน มีรายได้รวม 8,221 ล้านบาท กำไรสุทธิ 941 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 20% ทั้งรายได้พร้อมทั้งกำไรสุทธิ มั่นใจทั้งปีรายได้ตามเป้า 12,000 ล้านบาท พร้อมกับเดินหน้าอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เอสซี แอสเสท มีโครงการเหลือขายในพอร์ต 32 โครงการ มูลค่า 24,650 ล้านบาท เปรยดัชนีความเชื่อผู้บริโภคเริ่มจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ทั้งหมดโครงการทุกระดับราคาภายใต้แบรนด์เอสซีฯ ผู้เยี่ยมชมเฉลี่ยมากขึ้นกว่า 25% โดยเฉพาะในโครงการบ้านที่ระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านขึ้นไป

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC แถลงถึงความสำเร็จของผลประกอบการภายใต้นโยบายการเติบโตอย่างยั่งยืน สรุปผลประกอบการ 9 เดือน บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,221 ล้านบาท เติบโต 21% เพราะว่าเป็นรายได้จากการดำเนินงาน 8,191 ล้านบาท กำไรสุทธิ 941 ล้านบาท และยอดขาย 6,095 ล้านบาท เช่นนี้ ในปีนี้เอสซีฯ มีรายได้จากการโอนคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมกับสัดส่วนสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ไตรมาส 3 ที่ข้ามมานี้ มีการเปิดพรีเซลส์โครงการใหม่ เอสซี แอสเสท ระดับพรีเมียม 3 โครงการ คือ 1. โครงการบ้านเดี่ยว ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 28 ไร่ มูลค่าโครงการ 830 ล้านบาท เริ่มแรก 7-10 ล้านบาท 2. โครงการบ้านเดี่ยว ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด วงแหวน-พระราม 9 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 45 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท เริ่มต้น 5-8 ล้านบาท 3. โครงการเวิร์คเพลส ราชพฤกษ์-จรัญฯ โฮมออฟฟิศดีไซน์ใหม่ มูลค่าโครงการ 720 ล้านบาท ราคาตั้งต้น 4.99-12 ล้านบาท ประจุบันทั้ง 3 โครงการได้รับการรองรับที่น่าพอใจ สร้างยอดขายรวมกันประมาณ 400 ล้านบาท ด้วยเหตุว่าตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่น สะดวกสบาย พร้อมกับมีการออกแบบที่ทดแทนในเรื่องฟังก์ชันได้ครบถ้วน ตามหลักคิด 5 จุดขายหลักของเอสซีฯ

นายณัฐพงศ์ สรุปเพิ่มเติมถึงความรุดหน้าของอาคารสำนักงานแห่งใหม่  เอสซี แอสเส  กำลังพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานแห่งใหม่ บนถนนพหลโยธิน ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ ปัจจุบันโครงการได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อย กับได้เริ่มงานเสาเข็มเจาะแล้ว เก็งว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างราว 2 ปี แล้วเสร็จต้นปี 2560 เป็นอาคารสูง 24 ชั้น พร้อมกับชั้นใต้ดิน 1 ชั้น รวมพื้นที่อาคารสำนักงานประมาณ 13,000 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,170 ล้านบาท ธุรกิจอาคารสำนักงานเพื่อเช่า ปัจจุบันอุปสงค์เติบโตเร็วกว่าอุปทานเห็นได้จาก occupancy rate กับอัตราค่าเช่า มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกๆ ปีต่อเนื่องกัน โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเมื่อพิจารณาควบคู่กับปัจจัยบวกจากการเปิด

“อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ไขคำตอบ “Looking Forward อนาคตไทยปี 58″ปั๊มเศรษฐกิจไทย

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

เศรษฐกิจไทยปี 58 จะเกี่ยวโยงกับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งยังไง “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจพร้อมด้วยสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไขคำตอบบนเวทีสัมมนา Looking Forward อนาคตไทยปี 58 งานส่งท้ายปีของ “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา

เศษฐกิจในประเทศไทยพัฒนามาโดยตลอด เพราะว่ารัฐทำหน้าที่เป็นตัวแปรให้เศรษฐกิจเติบโต ครั้นเมื่อมีการลงทุนภาครัฐสูง จะสร้างความคึกคักให้กับเอกชน ประชาชน ปลูกแรงดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน หลังปี”40 ขยายตัวสูง 2 ช่วง ในปี 46 และปี 53 เพราะมีการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

“ปี 40 ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ภาคเอกชนลงทุนขยายอุตสาหกรรมพร้อมทั้งการท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐที่สูงที่สุด อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ 6 ปี 30-34 สืบไปมาถึงฉบับที่ 7 ปี 35-39 มีโครงการพัฒนาประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานมาก ตัวอย่างเช่น ถนน 4 เลน ทางรถไฟ ท่าเรือแหลมฉบัง กับท่าเรือมาบตาพุด”

ในเขตเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศไทย Looking Forward อนาคตไทยปี 58 อาจจะตามหลัง สิงคโปร์ มาเลซียขณะที่ขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ได้ขยับมากขึ้นเท่าไร ปัจจัยที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ การใช้จ่ายเงินงบประมาณ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทยดีขึ้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพของคนพร้อมทั้งเทคโนโลยีค่อนข้างมาก

เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน “อาคม” บอกว่า ใน 8-10 ปี กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการ 5 แผนงาน เช่น

1.รถไฟระหว่างเมือง นอกจากปัจจุบันความเร็วเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 20 กม./ชม.หากปรับปรุงเปลี่ยนหมอนรางรถไฟ ลดจุดตัด ทำความเร็วได้เพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มทางคู่

2.ปรับปรุงการขนส่งสาธารณะแก้การจราจรในกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้า 10 สาย รถขสมก. ถนนพร้อมกับสะพาน โดยคมนาคมวางแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ตัวอย่างที่ดีคือสาทรโมเดล มีบริษัทเอกชนที่อยู่ถนนสาทรร่วมมือกับรัฐกับเอกชน ลดปริมาณรถเข้ามาในถนนสาทรได้

3.ถนนเชื่อมทางเศรษฐกิจพร้อมกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมาเลเซีย-ไทยเป็นประเทศคู่ค้าที่ต้องใช้เส้นทางผ่านด่านมากที่สุด แต่เมื่อเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มาเลเซียไม่ได้ค้าขายกับไทยเท่านั้น ด้านพื้นฐานการผลิตจึงเน้นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชายแดนเป็นอันดับแรก ต้องฟื้นฟูรางรถไฟ พื้นที่เพื่อเชื่อมเส้นทางการค้า

4.ทางน้ำเริ่มจากการสะสางภาพรวมท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 19 ท่าให้ปลอดภัย ทุกท่าเรือให้เหมือนสนามบินพร้อมด้วยสถานีรถไฟ เพราะการโดยสารทางเรือประหยัดพร้อมกับตรงเวลา อีกทั้งทำทางเชื่อมเรือไปยังสถานีรถไฟฟ้า ด้วยว่าความสะดวกของผู้โดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย

5.ฟื้นฟูขนส่งทางอากาศ จะพัฒนา 3 สนามบิน หมายความว่าสุวรรณภูมิ ดอนเมือง พร้อมด้วยอู่ตะเภา

สำหรับรถไฟระหว่างเมือง จากทางเดี่ยวให้เป็นทางคู่ เส้นที่ประมูลได้ทันทีคือฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย เป็นการขนส่งสินค้าภาคกลางไปจนถึงอีสาน จะเชื่อมต่อไปที่ลาดกระบัง จะประมูลกลางปี”58 มีจิระ-ขอนแก่น กับประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร อยู่ระหว่างทำอีไอเอ เช่น ลพบุรี-ปากน้ำโพ, นครปฐม-หัวหิน, มาบกะเบา-จิระ หากทำตามแผนจะเพิ่มเส้นทางของรถไฟได้กว่า 900 กม. พร้อมด้วยมีอีก 8 เส้นทางจะออกแบบในปีหน้า ประมูลปลายปี”59 เช่นเดียวกับ ขอนแก่น-หนองคาย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-สงขลา

การจราจรในกรุงเทพฯเป็นเรื่องรถไฟฟ้า 10 สาย จะเร่งรัด 4 สายที่กำลังสร้าง มีสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) สีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) สีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) สีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ส่วนสายใหม่ที่จะเร่ง มีสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) จะสร้างปี”58-59 และเตรียมประมูล มี 6 สาย เป็นต้นว่า สีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ชมพู (แคราย-มีนบุรี) เหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เชื่อมแอร์พอร์ตลิงก์ (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง)

สีแดง (บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และบางซื่อ-หัวลำโพง) กับสีแดง (รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์) ออกแบบเพิ่มสีน้ำเงินต่อขยาย (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4)

ด้านถนนจะขยายเป็น 4 เลน Looking Forward อนาคตไทยปี 58 เน้นการเข้าสู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ส่วนการขนส่งทางน้ำ จะพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังมีศูนย์กลางขนส่งตู้สินค้าไว้ที่ท่าเรือรองรับสินค้าที่เพิ่มขึ้นพร้อมทั้งการจราจรหนาแน่นและพัฒนาท่าเรือชายฝั่งท่าเทียบเรือA จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็ว ๆ นี้ ส่วนอากาศมีขยายสุวรรณภูมิ อย่างกับ เพิ่มทางวิ่ง ส่วนภูเก็ตจะสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ ลดความหนาแน่น

เพราะว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ นำร่อง 5 พื้นที่ คือว่าแม่สอด มุกดาหาร อรัญประเทศ คลองใหญ่ พร้อมทั้งสะเดา-ปาดังเบซาร์ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) เห็นชอบพื้นที่เพิ่มเติมทั้ง 5 เขตแล้ว รัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้นว่า ถนน สนามบิน รถไฟ ด่านศุลากรไปรองรับเหมือนเขตเศรษฐกิจที่ต่างประเทศ เช่นเดียวกับ จีน

ด้วยว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทยอาจมีโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ครบทุกด้าน บางพื้นที่ไม่มีสนามบิน แต่ต้องสะดวกให้มีทางด่วน ทางรถไฟเข้ามาแทนที่ การชักจูงเข้าแรงงานต่างด้าวมาทำงานได้รับการอำนวยความสะดวกจากรัฐ มีทั้งที่เข้าแบบเช้าไปเย็นกลับ ตามฤดูกาล เข้ามาทำงานแบบมีสัญญาระยะยาว 1 ปี หรือ 3 ปี จะทำใบอนุญาตออกมาให้ ส่วนสิทธิประโยชน์ทางภาษี การเป็นเขตเศรษฐกิจนั้นจะต้องได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด

ขอย้ำว่า บทบาทของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย Looking Forward อนาคตไทยปี 58 ในเรื่องของรถไฟอาจจะพัฒนาไม่เร็วมาก แต่ถนนสร้างได้เร็วกว่า และ โครงสร้างพื้นฐานนอกจากทางการกายภาพแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีประสิทธิภาพในเรื่องของการแยกบทบาทของหน่วยงาน 3 เรื่อง หมายถึงนโยบาย (Policy) กำกับดูแล (Regulator) พร้อมกับปฏิบัติ (Operator) ออกจากกัน เช่นว่า ขสมก.ที่กำลังพิจารณาอยู่ แต่ที่จะเห็นชัดเจนในรัฐบาลชุดนี้คือกรมการขนส่งทางราง จะแยกการลงทุนและการบริหารจัดการเดินรถออกจากกัน เนื่องด้วยให้เดินหน้าได้เร็วพร้อมกับเกิดการแข่งขัน อนาคตจะขยายไปยังการขนส่งทางอากาศ

“แลนด์แอนด์เฮ้าส์” มองภาคอสังหาฯ ภาพเศรษฐกิจปี58 ยังไม่บูม

ภาคอสังหาฯ ระวังลงทุน มองภาพเศรษฐกิจปี58 ยังไม่ดีมาก-1

ภาคอสังหาฯ ระวังลงทุน มองภาพเศรษฐกิจปี58 ยังไม่ดีมาก-1

“แลนด์แอนด์เฮ้าส์” วางแผนธุรกิจแบบระวัง  อสังหาฯปีหน้ายังไม่บูม “เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง”คาดหมายราคาบ้านขยับ 10% เหตุต้นทุนพุ่ง

นายอดิศร ธรนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอ อสังหาฯปีหน้ายังไม่บูม ช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง ผู้ประกอบการจึงชะลอเปิดโครงการใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดมิเนียม ประมาณการว่ามูลค่าโครงการจะหดตัวมากกว่า 10% จากปีก่อน แต่ธุรกิจฟื้นตัวดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง เริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 3/2557

ส่วนปีหน้าเชื่อว่าจะโตดีกว่าปีนี้ แต่ไม่หวือหวาเพราะภาคอสังหาฯจะเติบโตในทิศทางเดียวกับอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยที่ยังไม่ดีมากนัก การส่งออกพร้อมทั้งบริโภคในประเทศยังชะลอตัว “หลายฝ่ายคาดการณ์จีดีพีปี 2558 จะโตราว 4% ผมมองว่าเป็นการมองโลกในแง่ดี เศรษฐกิจโตได้ 3% ผมก็แฮปปี้

ดังนั้น การวางแผนธุรกิจค่อนข้างจะคอนเซอร์เวทีฟ (รอบคอบ) เพราะว่าปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจ อสังหาฯปีหน้ายังไม่บูม  หลักๆ คือภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังไม่น่ากังวล หากจะปรับขึ้นน่าจะเป็นช่วงปลายปี” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศรกล่าวถึงผลดำเนินงานของบริษัทว่า จะมียอดขายมากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท โดย 9 เดือนที่ผ่านมามียอดขายแล้ว 2.6 หมื่นล้านบาท มีรายได้รวมทั้งการขายพร้อมทั้งเช่ามากกว่าเป้าที่ 2.7 หมื่นล้านบาทเล็กน้อย ส่วนปี 2558 ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ใกล้เคียงกับปีนี้ราว 21 โครงการ ทั้งกรุงเทพฯพร้อมทั้งต่างจังหวัด

นายอดิศรกล่าวถึง อสังหาฯปีหน้ายังไม่บูมกรณีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่า อาจทำให้มีที่ดินออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะที่ดินในต่างจังหวัด เนื่องจากราคาที่ดินปรับขึ้นช้า ทำให้คนที่ถือครองต้องระบายที่ดินออก แต่จะส่งผลกระทบน้อยกับที่ดินใจกลางเมือง เนื่องจากราคาปรับขึ้นเร็วกว่าอัตราภาษี

นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภาพรวม อสังหาฯปี 2558 ว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น จากการเร่งอนุมัติโครงการสาธารณูปโภค โดยเฉพาะโครงการส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ กับส่วนกำลังซื้อเชื่อว่าจะกลับมาฟื้นตัวด้วย มองว่าราคาบ้านคาดคะเนว่าจะมีการปรับตัวขึ้น 10% จากราคาต้นทุนค่าก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น 3%